ดูสินค้าในตะกร้า   แจ้งการชำระเงินออนไลน์  
สำนักพิมพ์คเณศ์พร จำหน่าย และ จัดทำ หนังสือพระ พระเครื่อง พระบูชา เครื่องรางของขลัง
 สมาชิกเข้าสู่ระบบ
ชื่อสมาชิก
รหัสผ่าน
 
       หนังสือใหม่
       หนังสือพระเครื่องยอดนิยม
       หนังสือประวัติพระคณาจารย์
       หนังสือชุดกลเม็ดเคล็ดลับ
       หนังสือเปรียบเทียบ พระแท้-เก๊
       หนังสือพระดีประจำจังหวัด
       หนังสือคู่มือการประกวด
       หนังสือพระพิฆเนศ
       หนังสือจตุคามรามเทพ
       หนังสือเครื่องรางของขลัง
       หนังสือคู่มือการล้างพระ
       หนังสือนิตยสารคเณศ์พร
       หนังสือข่าวพระเครื่อง
       หนังสือคเณศ์พรไกด์ไลน์
   การสั่งซื้อหนังสือ
   สกู๊ปพิเศษ
   แนะนำพระ
   ข่าวประชาสัมพันธ์
   ร้านค้าสมาชิก
  สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้20
 ผู้เข้าชมในวันนี้268
 ผู้เข้าชมทั้งหมด86,766
22 พฤศจิกายน 2551
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
           
10  11  12  13  14  15 
16  17  18  19  20  21  22 
23  24  25  26  27  28  29 
30             
Custom Search
  สกรุ๊ปพิเศษ
ค้นหา :    
หลวงพ่อเงินบางคลาน จังหวัดพิจิตร
[19 กุมภาพันธ์ 2551 15:44 น.] จำนวนผู้เข้าชม 591 คน
หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ
วัดหิรัญญาราม (วังตะโก)
ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร
 


 ในจังหวัดพิจิตร หากเอ่ยถึงพระคณาจารย์ผู้ทรงคุณ ปรากฏเกียรติคุณ ชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักแพร่หลาย กว้างขวาง เห็นจะไม่มีองค์ใดเทียบเท่า หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ หรือ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน แม้หลวงพ่อมรณภาพไปนานแล้ว หากแต่เกียรติคุณความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ยังได้รับการกล่าวขาน สืบเป็นตำนานต่อกันมา จากอดีตสู่ปัจจุบันกว่าร้อยปี
 หลวงพ่อเงินเป็นพระเถระผู้ทรงคุณด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน วัตรปฏิบัติงดงาม เป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ไม่ว่ายากดีมีจน คหบดีผู้มั่งคั่ง เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงอย่าง กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ยังฝากพระองค์ขอเป็นศิษย์
 หลวงพ่อเงิน เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 10 ปีฉลู ตามประวัติกล่าวว่า ตรงกับวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2353 สำหรับเรื่องปีเกิดนี้ ยังไม่แน่ชัด เพราะในวิหารซึ่งประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของท่าน ที่วัดบางคลาน ระบุว่าท่านเกิด ปี พ.ศ.2348 ซึ่งตรงกับที่ ส.พลายน้อย ตรวจสอบไว้ว่า หากท่านเกิดปีฉลู วันศุกร์ เดือน 10 พ.ศ.2353 นั้น ตรวจดูแล้ว พ.ศ.จะตรงกับปีมะเมีย ถ้าถือเอาปีฉลูเป็นหลัก ควรจะเป็น ปี พ.ศ.2348 หรือไม่ก็ปี พ.ศ.2360 เพราะตรงกับปีฉลู
 ท่านเป็นบุตรของ นายอู๋-นางฟัก พื้นเพเป็นชาวตำบลบางคลาน จังหวัดพิจิตร มีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน 6 คน คือ นายพรหม, นางทับ, ขุนภุมรา (นายทอง), หลวงพ่อเงิน, นายหล่ำ และนางรอด
 อายุ 3 ขวบ เข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ในความอุปการะของลุง ชื่อ ช่วง อายุได้ประมาณ 12 ปี บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดตองปุ หรือ วัดชนะสงคราม ศึกษาเล่าเรียน อักขระภาษาขอม และอักษรสมัย ภายหลังลาสิกขาบท มาอาศัยอยู่กับพี่ชายและพี่สะใภ้
 เมื่ออายุครบ อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดตองปุ หรือ วัดชนะสงคราม พำนักจำพรรษาอยู่ประมาณ 3 พรรษา ทางบ้านแจ้งข่าวมาว่าปู่ป่วยหนัก พี่ชายชื่อทอง มานิมนต์ให้ไปจำพรรษาที่ วัดคงคาราม (วัดบางคลานใต้) เพื่อจะได้ใกล้ชิดญาติโยม จำพรรษาอยู่เพียง 1 พรรษา เห็นว่าสถานแห่งนี้ไม่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ครั้นออกพรรษา รับถวายกฐินเสร็จ จัดแจงรวบรวมเครื่องอัฐบริขาร กราบลาพระประธานในพระอุโบสถเป็นการบอกลา
 บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ มีต้นโพธิ์ใหญ่ต้นหนึ่ง จึงหักเอากิ่งโพธิ์นำไปด้วย ลงเรือข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งเหนือแถวหมู่บ้านวังตะโก พบสถานที่แห่งหนึ่งอยู่ริมแม่น้ำ มีความเงียบสงัด เหมาะที่จะบำเพ็ญเพียรเจริญภาวนา จึงตัดสินใจเอาสถานที่แห่งนี้เป็นที่พำนัก ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากสถานที่แห่งนี้ ต่อไปกาลข้างหน้าจะเจริญรุ่งเรือง เป็นดินแดนศาสนธรรม ก็ขอให้กิ่งโพธิ์ที่นำมาปัก จงเจริญงอกงามสืบไป
 การมาอยู่ระยะแรกๆของท่าน ชาวบ้านได้ปลูกกุฏิ ทำเป็นลักษณะเพิงหลังคามุงหญ้าแฝก ข้างฝาขัดแตะไม้ไผ่ พออาศัยบังแดดลมกันฝน มีสถานะเป็นเพียง สำนักสงฆ์วังตะโก พรรษาแรกๆมีเพียงท่านจำพรรษา ต่อมามีพระสงฆ์ที่เป็นลูกชาวบ้าน เมื่ออุปสมบทจากวัดอื่น มาจำพรรษาอยู่ที่นี่ เพื่อสะดวกแก่ญาติโยมในการทำบุญตักบาตรชั่วระยะไม่นาน จากสำนักสงฆ์เล็กๆ ได้รับการพัฒนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ เพียบพร้อมด้วยเสนาสนะ เป็นวัดที่สมบูรณ์ มีศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาหอฉัน ด้วยแรงศรัทธาที่มีต่อท่าน หากทางวัดมีกิจการงานใด ชาวบ้านต่างร่วมแรงร่วมใจทำจนสำเร็จ ชาวบ้านในย่านนั้น ขนานนามวัดแห่งนี้ว่า วัดวังตะโก หรือ วัดบางคลานเหนือ แต่มักนิยมเรียกกันสั้นๆว่า วัดบางคลาน ต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดหิรัญญาราม
 ท่านเป็นเสาหลักของชาวบ้านในทุกด้าน ทั้งแพทย์แผนโบราณ ให้การเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ กระทั่งผู้ถูกคุณไสย ชาวบ้านจากทุกสารทิศใกล้ไกลต่างมุ่งหน้าไปหา บ้างก็มาขอให้รดน้ำมนต์ ว่ากันว่าน้ำมนต์ของท่านขลังนัก และสายน้ำที่ท่านรดให้กับชาวบ้านไม่เคยขาดสาย ไหลลงสู่แม่น้ำหน้าวัดตลอดเวลา ทุกคนที่มา ไม่เคยผิดหวัง ทั้งได้พบประสบการณ์ต่างๆนานา เล่าขานต่อๆกันมาไม่รู้จบสิ้น กระทั่งทุกวันนี้
 นอกจากจะเปี่ยมด้วยเมตตาจิต ยังเข้มขลังในเวทย์วิทยาคมยิ่ง แม้แต่ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ยังให้การยกย่องสรรเสริญ ว่าหลวงพ่อเงินนั้นเหนือกว่าท่าน ครั้งเสด็จในกรมฯ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สำเร็จวิชาจากหลวงปู่ศุข สอบถามว่า พระรูปใดที่จะไปขอเรียนวิชาเพิ่มเติมได้? ท่านแนะนำให้ไปหา หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เนื่องจากเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน โดยหลวงพ่อเงินอาวุโสกว่า จากนั้นเสด็จในกรมฯ ได้มาขอเรียนวิชาอยู่ประมาณ 20 วัน
 ขณะท่านยังมีชีวิตอยู่ ไม่เคยโอ้อวดว่าเป็นผู้ทรงคุณอันวิเศษ เรืองอาคม หรือสำเร็จญาณสมาบัติ ครองสมณเพศด้วยความสมถะ นอบน้อมถ่อมตน ไม่สะสมทรัพย์ เป็นผู้มีแต่ให้ และช่วยเหลือผู้เดือดร้อน
 หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ ได้มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์ แรม 11 ค่ำ เดือน 10 ปีมะแม พ.ศ.2462
 วัตถุมงคล
 วัตถุมงคลของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ที่ได้รับความนิยมและสะสมเป็นมาตรฐาน มีด้วยกันหลายชนิด ทั้งที่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด หรือเป็นเพียงคำบอกเล่า เฉพาะที่ได้รับความนิยมสูงเป็นพระหลักยอดนิยมของวงการ ได้แก่ ประเภทรูปหล่อลอยองค์ และประเภทเหรียญหล่อพิมพ์จอบ
 รูปหล่อลอยองค์และเหรียญหล่อพิมพ์จอบ สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2460 โดยทางวัดได้ติดต่อว่าจ้างโรงงานแถวบ้านช่างหล่อ ฝั่งธนบุรี เป็นผู้ดำเนินการหล่อ เมื่อโรงงานหล่อเสร็จ แต่งเรียบร้อยแล้วก็ส่งมอบให้กับทางวัด ประกอบพิธีปลุกเสกที่วัดวังตะโก โดยหลวงพ่อเงินเป็นประธานในพิธี
 ประเภทรูปหล่อลอยองค์ แบ่งเป็น 2 พิมพ์ใหญ่ๆ คือ
 1. พิมพ์นิยม หรือ พิมพ์เบ้าทุบ เหตุที่เรียกว่าพิมพ์เบ้าทุบนั้น เนื่องจากพระพิมพ์นี้ สร้างโดยกรรมวิธีหล่อเข้าช่อแบบพระกริ่ง เข้าช่อบริเวณก้นหรือใต้ฐานขององค์พระ เมื่อทำการหล่อเสร็จ การจะนำพระออกจากเบ้าพิมพ์ ต้องทุบเบ้าพิมพ์เสียก่อน ดังนั้นองค์พระที่ได้ จึงไม่ปรากฏรอยตะเข็บด้านข้างขององค์พระ ลักษณะพิมพ์ทรง อาจจะมีความผิดเพี้ยนแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย เนื่องจากเป็นพระหล่อ ต่างจากพระปั๊มที่จะต้องเหมือนกันทุกองค์
 พระรูปหล่อพิมพ์นิยม หรือ พิมพ์เบ้าทุบนี้ เท่าที่เคยผ่านสายตามา เฉพาะองค์พระไม่ปรากฏรอยตะไบตกแต่ง จะมีบ้างบริเวณฐาน และใต้ฐานองค์พระเท่านั้น
 2. พิมพ์ขี้ตา เหตุที่เรียกพระรูปหล่อพิมพ์นี้ว่า พิมพ์ขี้ตา สาเหตุมาจากพระพิมพ์นี้มีเนื้อเกิน เนื่องจากแม่พิมพ์ชำรุด ติดอยู่บริเวณใต้นัยน์ตาข้างซ้ายขององค์พระทุกองค์ มองดูคล้ายขี้ตาติดอยู่ จึงตั้งชื่อพิมพ์ตามลักษณะที่ปรากฏ
 พระรูปหล่อพิมพ์ขี้ตา เป็นพระหล่อแบบโบราณ ลักษณะแม่พิมพ์เป็นแบบประกบ หน้า-หลัง พระที่ได้จึงปรากฏรอยตะเข็บด้านข้างองค์พระทุกองค์ แต่จะได้รับการตกแต่งให้เรียบร้อยด้วยตะไบ ขนาดขององค์พระใกล้เคียงกับพิมพ์นิยม
 ประเภทเหรียญหล่อพิมพ์จอบ สาเหตุที่เรียกว่า พิมพ์จอบ อันเนื่องมาจากลักษณะของเหรียญหล่อพิมพ์นี้ ม่ีลักษณะที่คล้ายกับจอบที่ใช้ขุดดิน จึงตั้งชื่อพิมพ์ตามลักษณะ
 เหรียญหล่อพิมพ์จอบ มี 2 ขนาด แบ่งเป็นขนาดใหญ่และขนาดย่อม จึงตั้งชื่อพิมพ์ตามขนาดดังกล่าว มีด้วยกัน 2 พิมพ์ใหญ่ๆ คือ
 1. พิมพ์จอบใหญ่ ลักษณะทางด้านหน้า เป็นรูปเหมือนนั่งสมาธิราบเต็มองค์ ขอบเหรียญยกเป็นเส้นซุ้ม ประดับด้วยเม็ดไข่ปลา จำนวน 51 เม็ด ด้านบนหล่อเป็นหูในตัว ประดับด้วยเม็ดไข่ปลาอีกจำนวนหนึ่ง ด้านหลังเรียบ
 2. พิมพ์จอบเล็ก ลักษณะทางด้านหน้า เป็นรูปเหมือนนั่งสมาธิราบเต็มองค์ ขอบเหรียญยกเป็นเส้นซุ้มลักษณะเรียบไม่ปรากฏเม็ดไข่ปลา ด้านบนหล่อเป็นหูในตัว ไม่ปรากฏเม็ดไข่ปลาเช่นกัน ด้านหลังเรียบ
 ลักษณะเนื้อพระ
 ทั้งประเภทรูปหล่อลอยองค์ และ ประเภทเหรียญหล่อพิมพ์จอบ เป็นพระเนื้อโลหะ ประเภทเนื้อทองผสมแก่ทองเหลือง หรือทองดอกบวบ สำหรับประเภทเนื้อโลหะชนิดอื่นอาจจะมีบ้าง เช่น เนื้อเงิน โดยทั่วไปมักจะปรากฏคราบขี้เบ้า จับอยู่ตามซอกส่วนลึกของพระทุกองค์ มากบ้างน้อยบ้างตามสภาพ
 สำหรับการพิจารณาพระทั้ง 2 ประเภทนี้ นอกจากต้องจดจำรูปพรรณสัณฐานทางพิมพ์ทรง, จุดตำหนิต่างๆแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับ เนื้อหาความเก่า ของกระแสเนื้อโลหะ พระทั้ง 2 ประเภทนี้ มีอายุการสร้างร่วมร้อยปี ย่อมปรากฏคราบความเก่าตามธรรมชาติ บนพื้นผิวโดยทั่วไป
 
 จากหนังสือ เคล็ดลับการศึกษาวัตถุมงคล หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร

สกรุ๊ปพิเศษ
  • เหรียญหลวงพ่อทวด เหยียบนําทะเลจืด [18 พฤศจิกายน 2551 10:51 น.]
  • กรรมวิธีสร้างผงวิเศษ [12 มิถุนายน 2551 15:31 น.]
  • พระปิดตาหลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ [9 พฤษภาคม 2551 09:59 น.]
  • ธรรมชาติด้านหลัง พระสมเด็จวัดระฆัง [10 เมษายน 2551 15:31 น.]
  • ท่านเจ้าคุณนรฯ ของดีวัดเทพศิรินทร์ [20 มีนาคม 2551 16:00 น.]
  • พิมพ์ทรงและข้อแตกต่าง พระนางพญาพิมพ์เข่าตรง และ พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า [20 มีนาคม 2551 14:34 น.]
  • คาถากันโดน ทุบ... [20 มีนาคม 2551 11:49 น.]
  • พระซุ้มกอ จุดลับ...จับตาย พระซุ้มกอ [12 มีนาคม 2551 12:54 น.]
  • เรียนรู้ดูอย่างเซียน...พระสมเด็จวัดระฆัง [3 มีนาคม 2551 14:11 น.]
  • พุ ท ธ ศิ ล ป สู่ พ ร ะ พุ ท ธ รู ป [3 มีนาคม 2551 13:47 น.]
  • หลวงปู่เจือ [27 กุมภาพันธ์ 2551 15:08 น.]
  • หลวงพ่อเงินบางคลาน จังหวัดพิจิตร [19 กุมภาพันธ์ 2551 15:44 น.]
  • พระพิฆเนศ [14 กุมภาพันธ์ 2551 14:38 น.]
  • ดูข่าวทั้งหมด

     Kanessporn Publishing.co.,Ltd
    2240/8-10 Jankao Rd. Chongnonthre Yananwa Bangkok 10120
    www.makewebeasy.com