|
|
22 พฤศจิกายน 2551
|
|
อา |
จ. |
อ. |
พ. |
พฤ |
ศ. |
ส. |
| |
|
|
|
|
|
1 |
|
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
|
9 |
10 |
11 |
12 |
13 |
14 |
15 |
|
16 |
17 |
18 |
19 |
20 |
21 |
22 |
|
23 |
24 |
25 |
26 |
27 |
28 |
29 |
|
30 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สกรุ๊ปพิเศษ
|
|
เรียนรู้ดูอย่างเซียน...พระสมเด็จวัดระฆัง
[3 มีนาคม 2551 14:11 น.] จำนวนผู้เข้าชม 1700 คน
|
.jpg)
สำหรับพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน องค์นี้เป็นพระพิมพ์ B ที่มีเนื้อหาจัดจ้านเนื่อง จากการใช้หือสัมผัส รายละเอียดพิมพ์ทรงมีความลึกชัดพิจารณาได้ดังนี้
1. เส้นซุ้มครอบแก้ว มีลักษณะคล้ายหวายผ่าซีกหนาใหญ่ดูนูนเด่นเป็นทรงชะลูด โดยเฉพาะเส้นโค้งด้านบนจะดูนูนชัดมาก แนวซุ้มค่อนข้างชะลูดโย้ไปทางด้านขวาทำให้ส่วนโค้งด้านขวาองค์พระจะยกสูงดูชันกว่าด้านซ้ายเล็กน้อย
2. พระเกศ เรียวยาวขึ้นไปจรดยอดซุ้มแต่ปลายเกศจะเอียงไปด้านซ้ายองค์พระห่างจากศูนย์กลางของยอดซุ้มเล็กน้อย
3. พระพักตร์ เป็นทรงรูปไข่หน้าผากแคบลาดเอียงจากล่างขึ้นไปรับเกศ ส่วนคางจะลาดลงไปรับกับช่วงลำคอที่เรียวบาง ปรากฏปลายหูขวาเป็นติ่งเล็กๆ ยื่นออกจากใบหน้า
4. ลำพระองค์ แนวไหล่ตรงกว้าง ช่วงลำตัวยาวชะลูดเอวเว้าผายออก ซอกแขนลึกเว้ากินสีข้างซ้ายเข้าไปมากทำให้หน้าอกสอบเป็นทรงตัววี
5. วงพระกร วงแขนเป็นลำกลมกลึงลึกชัดทอดลงเป็นทรงตัว U จะสังเกตเห็นได้ว่า วงแขนจะกางกว้างออกไปมากกว่าพิมพ์ A แขนซ้ายด้านในจะเป็นสันตรง ฝ่ามือที่ประสานค่อนข้างเรียวบางสวย
6. พระเพลา เป็นลำยาวกางกว้าง ปรากฏแนวลำแข้งซ้ายเป็นสันนูนยาวแนวระนาบเห็นปลายพระบาทซ้ายชัดเจน
7. ฐาน ลักษณะของฐานทั้ง 3 ชั้น ฐานชั้นบนจะยาวกว่าพิมพ์อื่นสังเกตได้จากหัวฐานยื่นเลยออกไปมากกว่าแนวหัวเข่าทั้งสองด้าน ฐานชั้นกลางจะเป็นแบบฐานขาสิงห์ มีสันของฐานลักษณะคล้ายคมขวานคมชัดหัวฐานแหลมเห็นขาสิงห์แผ่วๆ ผนังใต้ฐานนี้จะดูเว้าลาดเฉียงเข้าไปด้านในองค์พระดูคล้ายแอ่ง ส่วนฐานชั้นล่างสุดจะหนาใหญ่ หัวฐานชั้นล่างจะตัดเฉียงค่อนข้างชัน
8. ขอบ เป็นสันนูนคมชัดทั้งด้านซ้ายและขวา ให้สังเกตว่าขอบพิมพ์ด้านซ้ายขององค์พระจะตัดชิดเส้นซุ้มมากและวิ่งไปจรดกับเส้นซุ้มครอบแก้วตรงแนวข้อศอกพอดี
9. พื้นผิว เนื่องจากเป็นพระที่แก่มวลสารประกอบกับผ่านการใช้หรือสัมผัส เนื้อพระจึงดูจัดจ้านหนึกนุ่มนวลตา ปรากฏธรรมชาติความเก่าและอายุของพระที่เห็นได้คือ ร่องรอยหดตัวยุบตัวเหมือนคลื่นสูงๆ ต่ำๆ ไม่เรียบตึงมีรอยยุบรอยแยกบริเวณด้านนอกของเส้นซุ้มทั้งสองด้านและมีรูพรุนปลายเข็มกระจายตามผนังด้านในของเส้นซุ้ม
10. เม็ดมวลสาร เป็นก้อนสีขาวขุ่นกระจายฝังอยู่ตามพื้นผิวองค์พระโดยเฉพาะองค์นี้จะเป็นเม็ดขนาดใหญ่เห็นได้ชัดบริเวณพื้นผนังทั้งสองด้านขององค์พระและบริเวณหัวฐานชั้นบนและชั้นกลาง |
.jpg)
สำหรับพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์องค์นี้ เป็นพระพิมพ์ D ที่มีรายละเอียดพิมพ์และเนื้อหาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดองค์หนึ่ง พิจารณาได้จากลักษณะดังนี้
1. เส้นซุ้มครอบแก้ว มีลักษณะคล้ายหวายผ่าซีกมีความหนาและลึกชัด ลักษณะของแนวซุ้มโค้งด้านบนจะเห็นได้ว่า ทางมุมด้านขวาองค์พระจะค่อนข้างชันกว่าด้านซ้าย
2. พระเกศ กดติดได้ชัดดูเรียวยาวขึ้นไปเห็นปลายเกศทะลุซุ้ม
3. พระพักตร์ มีลักษณะรูปไข่นูนเด่นมีแนวลำคอ ใบหูเห็นจางๆ เป็นเส้นยาวลงมาเรียกว่า หูบายศรี
4. ลำพระองค์ แนวไหล่ลาดเฉียงลงทั้งสองด้าน พระอุระเล็กแบบอกวี ลำพระองค์ค่อนข้างชะลูด เอวบาง เส้นสังฆาฏิคู่ติดพิมพ์บางๆ
5. วงพระกร เป็นเส้นลำกลมกลึง วงแขนขวากางออกหักศอกเป็นมุมโค้ง ส่วนลำแขนซ้ายจะสอบเข้าหาองค์พระมากกว่าพิมพ์อื่น ซอกรักแร้ด้านซ้ายจะเป็นร่องลึกกว่าด้านขวาเห็นได้ชัด
6. พระเพลา เป็นลำยาวกางกว้าง ปรากฏรายละเอียดลำขาขวาซ้อนลำขาซ้ายแบบสมาธิราบเห็นฝ่าเท้าทั้งสองข้าง
7. ฐาน มีด้วยกัน 3 ชั้น ไม่ปรากฏเส้นแซมจางๆ เหนือฐานชั้นบน ฐานชั้นกลางเป็นแบบฐานสิงห์ สันของฐานเรียวแบบคมขวาน ลักษณะของหัวฐานชั้นบนและชั้นกลางจะดูแหลมเรียวกว่าทุกพิมพ์ ส่วนฐานชั้นล่างสุดจะหนาใหญ่ หัวฐานชั้นล่างจะห่างจากเส้นซุ้มมากกว่าพิมพ์อื่น
8. ขอบ เส้นขอบจะเป็นสันนูนแผ่วๆ และจะเห็นว่าขอบพิมพ์ด้านซ้ายและขวาระหว่างเส้นขอบกับเส้นซุ้มจะมาบรรจบกันบริเวณมุมเส้นซุ้มครอบแก้วล่างสุดทั้งสองด้าน
9. พื้นผิว พระองค์นี้ผิวจึงดูมีความหนึกนุ่มนวลตา ธรรมชาติความเก่าและอายุของพระที่เห็นได้คือร่องรอยหดตัวยุบตัวเหมือนคลื่นสูงๆ ต่ำๆ ไม่เรียบตึง มีรอยยับรอยย่นรอยแยกและรูพรุนปลายเข็มเห็นได้ชัดบริเวณพื้นผนังด้านขวาของพระพักตร์และบริเวณพื้นผิวด้านหลังองค์พระทั้งสองด้าน
10. เม็ดมวลสาร เป็นก้อนสีขาวขุ่นกระจายฝังอยู่ตามพื้นผิวองค์พระโดยเฉพาะองค์นี้จะเห็นได้ชัดบริเวณเหนือเกศ ข้างเส้นซุ้มด้านซ้ายองค์พระ เหนือไหล่ซ้าย และที่เหนือหัวเข่าซ้าย |

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม องค์นี้เป็นพระที่เคยถูกทารักดำปิดบังผิว ภายหลังจึงถูกล้างผิวรักออกไป ทำให้เห็นรายละเอียดพิมพ์ทรงค่อนข้างคมชัด สามารถพิจารณาได้ดังนี้
1. เส้นซุ้มครอบแก้ว มีลักษณะคล้ายหวายผ่าซีกหนาใหญ่นูนสูง แนวซุ้ม ค่อนข้างตั้งตรง ทำให้พื้นที่นอกซุ้มทั้งสองข้างมีขนาดค่อนข้างเท่ากัน
2. พระเกศ จะเป็นรูปดอกบัวตูมสวยงาม โคนเกศจะมีรอยหยักคล้ายพวงมาลัยครอบโคนเกศ ปรากฏให้เห็นเป็นสันนูนติดชัดเจนเป็นพิเศษ
3. พระพักตร์ ทรงรูปไข่นูนสวย บริเวณหน้าผากจะค่อยๆ เอียงลาดจากหัวคิ้วขึ้นไปรองรับโคนเกศสังเกตได้ชัด ใบหูเป็นสันนูนโค้งคล้ายใบหูพระพุทธรูปแต่เห็นเป็นเนื้อนูนหนาคมลึก ติ่งหูลากยาวลงไปจรดแนวไหล่
4. ลำพระองค์ อกกว้างผึ่งผายล่ำสันเอวเป็นลำหนาปรากฏเส้นจีวรและสังฆาฏิคู่เป็นเส้นเรียวบางคมชัด
5. วงพระกร เป็นเส้นลำหนากลมกลึง ทิ้งแขนและวาดวงแขนได้สัดส่วนสมดุลทั้งสองข้าง ซอกรักแร้จะลึกชัดเป็นพิเศษ
6. พระเพลา เป็นลำหนาใหญ่ ลำขาซ้อนกันแบบสมาธิราบ ปรากฏฝ่าพระบาทซ้ายนูนเด่นเป็นทรงออกมาเห็นได้ชัด
7. ฐาน ปรากฏเส้นแซม ม้วนติดกับหัวฐานและปรากฏรอยฐานเล็กๆ จากพื้นมารองรับเส้นแซมเห็นได้อย่างชัดเจน
8. ขอบ เป็นสันนูนขึ้นเห็นแผ่วๆ พอสังเกตได้
9. พื้นผิว ดูจัดจ้านหนึกนุ่มนวลตาปรากฏธรรมชาติความเก่าเห็นได้ชัดคือ การหดตัวยุบตัวเหมือนคลื่นสูงๆ ต่ำๆ ไม่เรียบตึง ปรากฏรอยยับรอยย่นรอยยุบรอยแยกและรูพรุนปลายเข็มอย่างชัดเจน
10. เม็ดมวลสาร เป็นก้อนสีขาวขุ่นกระจายอยู่ตามพื้นผิวองค์พระเห็นได้ชัดบริเวณข้างศอกซ้าย ไหล่ซ้ายและด้านนอกซุ้มมุมโค้งขวา |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|