Home หนังสือ หนังสือใหม่ สกุ๊ปพิเศษ แนะนำพระ การสั่งหนังสือ เว็บบอร์ด ติดต่อเรา
 ดูสินค้าในตะกร้า   แจ้งการชำระเงินออนไลน์  
สำนักพิมพ์คเณศ์พร จำหน่าย และ จัดทำ หนังสือพระ พระเครื่อง พระบูชา เครื่องรางของขลัง
 สมาชิกเข้าสู่ระบบ
ชื่อสมาชิก
รหัสผ่าน
 
       หนังสือใหม่
       หนังสือพระเครื่องยอดนิยม
       หนังสือประวัติพระคณาจารย์
       หนังสือชุดกลเม็ดเคล็ดลับ
       หนังสือเปรียบเทียบ พระแท้-เก๊
       หนังสือพระดีประจำจังหวัด
       หนังสือคู่มือการประกวด
       หนังสือพระพิฆเนศ
       หนังสือจตุคามรามเทพ
       หนังสือเครื่องรางของขลัง
       หนังสือคู่มือการล้างพระ
       หนังสือนิตยสารคเณศ์พร
       หนังสือข่าวพระเครื่อง
       หนังสือคเณศ์พรไกด์ไลน์
   การสั่งซื้อหนังสือ
   สกู๊ปพิเศษ
   แนะนำพระ
  สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้9
 ผู้เข้าชมในวันนี้182
 ผู้เข้าชมทั้งหมด43,874
28 สิงหาคม 2551
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
         
10  11  12  13  14  15  16 
17  18  19  20  21  22  23 
24  25  26  27  28  29  30 
31             
Custom Search
  สกรุ๊ปพิเศษ
ค้นหา :    
พิมพ์ทรงและข้อแตกต่าง พระนางพญาพิมพ์เข่าตรง และ พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า
[20 มีนาคม 2551 14:34 น.] จำนวนผู้เข้าชม 309 คน

พิมพ์ทรงและข้อแตกต่าง

พระนางพญา

พิมพ์เข่าตรง และ พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า

.......................................................................................................................................................................
 
พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง
พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง

 

พระนางพญา เป็นพระเนื้อดิน หนึ่งในพระชุดเบญจภาคี พบที่วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก อันเป็นวัดเดียวกับวัดราชบูรณะ ต่อมามีการตัดถนนผ่ากลางพื้นที่วัดเดิมออกเป็น 2 วัด ชื่อของ พระนางพญา น่าจะมาจากสถานที่ที่ค้นพบนั่นเอง

มีผู้รู้สันนิษฐานว่า ผู้สร้างพระนางพญาคือ พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมเหสีของพระมหาธรรมราชา และทรงเป็นพระราชมารดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงสร้างพระนางพญาขึ้นในคราวบูรณะปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะ ราวปี พ.ศ. 2090 - 2100 ขณะนั้นพิษณุโลกเป็นเมืองลูกหลวง และพระองค์ดำรงพระอิสริยยศเป็นแม่เมืองสองแคว และพระมหาธรรมราชาทรงพระอิสริยยศที่ พระอุปราช แห่งแผ่นดินพระมหาจักรพรรดิ กรุงศรีอยุธยา

พระนางพญา ได้รับอิทธิพลทางพุทธศิลปะมาจากสกุลช่างสุโขทัยในพระราชสำนักโดยตรง ด้วยเมืองพิษณุโลกและสุโขทัยมีความใกล้ชิดกันมาตั้งแต่ราชวงศ์พระร่วงเป็นใหญ่ในดินแดนภาคเหนือ พิมพ์ทรงของพระนางพญา เด่นชัดมากหากเปรียบเทียบกับพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย ในเรื่องสัดส่วน ทรวดทรง ศิลปะ อาจกล่าวได้ว่า การสร้างพระนางพญาเป็นการสืบสานศิลปะสุโขทัยบริสุทธิ์ในรูปพระเครื่องที่ชัดเจนไม่บิดเบือน

พระนางพญา เป็นพระพุทธปฏิมาแบบนูนต่ำในรูปทรงสามเหลี่ยม ประทับนั่งปางมารวิชัย ไม่มีอาสนะหรือฐานรองรับ ทรวดทรงองค์เอวอ่อนหวานละมุนละไมและงามสง่าในที

พระนางพญา ถูกพบเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2444 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 คราวเมื่อเสด็จประพาสครั้งนั้น ณ บริเวณวัดนางพญา เมื่อคนงานขุดหลุมจัดสร้างปะรำพิธี จึงได้พบพระเครื่องจำนวนมาก ก็คือ พระนางพญา นั่นเอง

ในครั้งนั้น ทางจังหวัดและเจ้าอาวาสวัด ได้ทำการเก็บพระที่พบเหล่านั้นไว้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จถึง จึงได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ด้วยเห็นเป็นพระบารมีของพระองค์ เพราะถ้ามิใช่ด้วยพระราชประสงค์ในการเสด็จประพาสเมืองพิษณุโลก ก็คงจะไม่มีโอกาสที่จะพบ พระนางพญา

พระนางพญา เป็นพระเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ ปรากฏแร่กรวดทรายผสมผสานคลุกเคล้า กดเป็นองค์พระแล้วเสร็จ จึงนำไปเผา พระส่วนใหญ่จะมีเนื้อผสมว่านน้อยหรืออาจจะไม่มี เนื้อพระจึงดูค่อนข้างหยาบ แกร่งและแข็งมาก ที่เป็นเนื้อละเอียดจะผสมว่านมาก ทำให้เนื้อพระหนึกนุ่มสวยงาม ก็มีแต่พบเห็นน้อย ผู้รู้ได้จำแนกพิมพ์ทรงได้ทั้งหมด 7 พิมพ์ คือ

1. พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง

2. พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง

3. พระนางพญา พิมพ์อกนูนใหญ่

4. พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก

5. พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ

6. พระนางพญา พิมพ์อกแฟบ หรือ พิมพ์เทวดา

7. พระนางพญา พิมพ์พิเศษ เช่น พิมพ์เข่าบ่วง หรือ พิมพ์ใหญ่พิเศษ

พระนางพญาทุกพิมพ์ เป็นพระนั่งปางมารวิชัย กรอบตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม มีด้วยกัน 3 พิมพ์หลัก ได้แก่

พิมพ์ใหญ่ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 พิมพ์ย่อยคือ พิมพ์เข่าโค้ง พิมพ์เข่าตรง และพิมพ์อกนูนใหญ่

พิมพ์กลาง ได้แก่ พิมพ์สังฆาฏิ

พิมพ์เล็ก แบ่งออกได้ 2 พิมพ์ย่อยคือ พิมพ์อกแฟบ (เทวดา) และ พิมพ์อกนูนเล็ก

ในด้านความนิยม พระนางพญาพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเห็นจะได้แก่ พิมพ์เข่าโค้ง ส่วนพิมพ์ที่นิยมรองลงมาคือ พิมพ์เข่าตรง

พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง มีขนาดใกล้เคียงกับพระนางพญาพิมพ์เข่าโค้ง และมีพุทธลักษณะใกล้เคียงกันมาก จะมีข้อแตกต่างกันก็เพียง พระบาทและพระเพลาของพิมพ์เข่าตรง จะค่อนข้างตรงไม่เว้าโค้งลงด้านล่างแบบพิมพ์เข่าโค้ง

พุทธลักษณะโดยทั่วไปของพระนางพญา พิมพ์เข่าตรง มีดังนี้

พระเกศ เป็นแบบเกศปลี โคนใหญ่ ปลายเรียว กระจังหน้าจะยุบเล็กน้อย

พระพักตร์ เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูลบมุมทั้งสี่ด้าน พระส่วนใหญ่จะเรียบร้อยไม่มีหน้าไม่มีตา แต่เฉพาะพระที่ติดพิมพ์ชัดเจนจะปรากฏรายละเอียดของ พระเนตร พระนาสิกและพระโอษฐ์ ถึงจะเป็นตาตุ่ยๆ แต่จะโปนมากกว่า

พระนลาฏ หน้าผากจะบุบเล็กน้อย มองเห็นไรพระศกด้านบนเด่นชัด

ไรพระศก โดยมากจะสังเกตลีลาการทอดไรพระศกกับพระกรรณเป็นสำคัญ ส่วนมากไรพระศกจะเป็นเส้นเล็กมีความคมชัดมาก วาดตามกรอบพระพักตร์ลงมาจรดพระอังสะทั้ง 2 ด้าน

พระกรรณ เป็นเส้นสลวยสวยงามมาก ตอนกลางของพระกรรณทั้งสองจะมีลักษณะอ่อนน้อยๆ เข้าหาพระศอ พระกรรณซ้ายจะยาวจรดพระอังสะ และเชื่อมต่อกับเส้นสังฆาฏิ

พระอังสะ และ พระรากขวัญ จะต่อกันเป็นแนวย้อยแบบท้องกระทะ แสดงไหล่ที่ยกสูงทั้งสองด้าน ระหว่างแนวซอกช่อง ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นเสี้ยนเล็กๆ ขนานกันไป รอยดังกล่าวมักปรากฏตามซอกอื่นๆ อีกด้วย

พระอุระ นูนเด่นชัดมาก พระถันเป็นเต้านูนขึ้นมา โดยเฉพาะพระถันขวารับกับขอบจีวรซึ่งรัดจนเต้าพระถันนูนขึ้นมา ส่วนพระถันซ้ายมีเส้นสังฆาฏิห่มทับอยู่

พระอุทร นูนเด่นชัด ปรากฏพระนาภีเป็นรูเล็กเท่าปลายเข็มหมุด เหนือพระนาภีปรากฏกล้ามท้องเป็นลอนรวม 3 ลอน

พระพาหา แขนขวากางมากกว่าแขนซ้าย ปล่อยยาวลงมาจรดพระชงฆ์ พระพาหาซ้ายตรงรับกับส่วนองค์ และจะหักพระกัประแล้วทอดไปตามพระเพลา มีขนาดเล็กเรียวกว่าช่วงบน ทำการโค้งขึ้นงดงามมาก ปลายพระหัตถ์สุดที่บั้นพระองค์

พระเพลา เป็นเส้นตรงแบบสมาธิราบ โดยเฉพาะพระเพลาขวาเป็นเส้นตรงขนานกับรอยตัดกรอบด้านล่าง ทำให้เห็นว่าแข้งซ้อนห่างกันอย่างเด่นชัด

บรรดาพิมพ์ทรงของพระนางพญาทั้ง 7 พิมพ์ มีเพียง พิมพ์เข่าตรง เท่านั้น ที่ปรากฏว่ามีแม่พิมพ์อยู่ถึง 2 แบบ คือ พิมพ์เข่าตรง (ธรรมดา) และพิมพ์เข่าตรง (มือตกเข่า) ซึ่งแม่พิมพ์ทั้ง 2 แบบนี้ มีเอกลักษณ์และรายละเอียดตำหนิของแม่พิมพ์แตกต่างกัน สามารถพิจารณาได้ดังนี้

ตำหนิของ พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง (ธรรมดา) ที่สามารถสังเกตได้ชัดเจนดังนี้

พระเกศ คล้ายปลีกล้วย

พระนลาฏ ด้านซ้ายจะบุบมากกว่าด้านขวา และปรากฏกระจังหน้าชัดเจน

พระกรรณ ปลายหูซ้ายจะเชื่อมติดกับเส้นสังฆาฏิ ส่วนปลายหูขวาจะแตกเป็นหางแซงแซว

พระหัตถ์ ปลายพระหัตถ์ซ้ายจะแหลมและแตกเป็นหางแซงแซว ส่วนพระหัตถ์ขวาจะไม่ปรากฏนิ้วมือ

 
พระนางพญา พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า


ตำหนิของ พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง (มือตกเข่า) ที่สามารถสังเกตได้ชัดเจนดังนี้

พระเกศ คล้ายปลีกล้วย

พระนลาฏ ด้านซ้ายจะบุบมากกว่าด้านขวา และปรากฏเส้นกระจังหน้าติดกับพระเกศ ระหว่างเส้นกระจังหน้ากับหน้าผาก มีลายเส้นวิ่งขวางหน้าผาก 6 เส้น

พระกรรณ ปลายหูซ้ายจะเชื่อมติดเป็นเส้นเดียวกับเส้นสังฆาฏิ ส่วนปลายหูขวาจะแตกเป็นหางแซงแซว

เส้นอังสะ วิ่งเป็นเส้นตรงผิดกับพิมพ์เข่าตรง (ธรรมดา) และจะวิ่งชอนเข้าไปใต้รักแร้

พระอุระ มีกล้ามเนื้อนูน สีข้างดูคล่้ายมีเนื้อมาพอกไว้

พระหัตถ์ ปลายพระหัตถ์ขวาวางอยู่บนหัวเข่าขวาปรากฏนิ้วมือยื่นลงไปด้านล่างใต่้เข่า เป็นเอกลักษณ์ของพิมพ์

พระบาท บริเวณปลายพระบาทซ้ายปรากฏเส้นแตกของแม่พิมพ์เห็นได้ชัด

ในอดีตมีผู้ท้วงติงและสงสัยกันว่า พระนางพญา พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า น่าจะเป็นพระวัดโพธิญาณ หรือพระกรุโรงทอมากกว่าของวัดนางพญา เพราะมีส่วนคล้ายคลึงกับ พระนางพญากรุโรงทอ

แต่ปัจจุบันนี้ปัญหาดังกล่าวตกไป และมีการคลี่คลายปัญหาด้านพุทธศิลป์และพิมพ์ทรง ยอมรับเป็นสากลแล้วว่า พระนางพญา พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า เป็นพระของกรุวัดนางพญาอย่างแน่นอน

 

..........................................................

สกรุ๊ปพิเศษ
  • กรรมวิธีสร้างผงวิเศษ [12 มิถุนายน 2551 15:31 น.]
  • พระปิดตาหลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ [9 พฤษภาคม 2551 09:59 น.]
  • ธรรมชาติด้านหลัง พระสมเด็จวัดระฆัง [10 เมษายน 2551 15:31 น.]
  • ท่านเจ้าคุณนรฯ ของดีวัดเทพศิรินทร์ [20 มีนาคม 2551 16:00 น.]
  • พิมพ์ทรงและข้อแตกต่าง พระนางพญาพิมพ์เข่าตรง และ พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า [20 มีนาคม 2551 14:34 น.]
  • คาถากันโดน ทุบ... [20 มีนาคม 2551 11:49 น.]
  • พระซุ้มกอ จุดลับ...จับตาย พระซุ้มกอ [12 มีนาคม 2551 12:54 น.]
  • เรียนรู้ดูอย่างเซียน...พระสมเด็จวัดระฆัง [3 มีนาคม 2551 14:11 น.]
  • พุ ท ธ ศิ ล ป สู่ พ ร ะ พุ ท ธ รู ป [3 มีนาคม 2551 13:47 น.]
  • หลวงปู่เจือ [27 กุมภาพันธ์ 2551 15:08 น.]
  • หลวงพ่อเงินบางคลาน จังหวัดพิจิตร [19 กุมภาพันธ์ 2551 15:44 น.]
  • พระพิฆเนศ [14 กุมภาพันธ์ 2551 14:38 น.]
  • ดูข่าวทั้งหมด

     Kanessporn Publishing.co.,Ltd
    2240/8-10 Jankao Rd. Chongnonthre Yananwa Bangkok 10120
    www.makewebeasy.com